โต๊ะแพ็กของควรวางม้วนบับเบิ้ลตรงไหน? จัด Packing Station ให้พนักงานแพ็กเร็วขึ้น
เมื่อจำนวนออเดอร์เริ่มเพิ่มขึ้น หลายร้านเลือกแก้ปัญหาด้วยการเพิ่มพนักงานแพ็กสินค้า แต่บางครั้งปัญหาที่แท้จริงอาจไม่ได้อยู่ที่ “คนไม่พอ” แต่อยู่ที่ โต๊ะแพ็กของและตำแหน่งอุปกรณ์ทำให้พนักงานเสียเวลาโดยไม่จำเป็น
แค่ต้องหันหลังไปหยิบบับเบิ้ล เดินไปหยิบเทป หรือย้ายกล่องไปมาไม่กี่วินาทีต่อออเดอร์ อาจดูเหมือนไม่มาก แต่ถ้าต้องทำซ้ำวันละหลายร้อยครั้ง เวลาที่เสียไปจะสะสมอย่างเห็นได้ชัด
การจัด Packing Station ที่ดีจึงควรมีเป้าหมายง่าย ๆ คือ
หยิบสินค้า → ห่อ → ปิด → วางพัสดุพร้อมส่ง
โดยพนักงานควรเดินและเอื้อมให้น้อยที่สุด
1. ม้วนบับเบิ้ลควรวางตรงไหน?
ม้วนบับเบิ้ลเป็นวัสดุที่มีขนาดใหญ่และถูกใช้งานซ้ำเกือบทุกออเดอร์ ดังนั้นไม่ควรวางในตำแหน่งที่พนักงานต้องเดินไปหยิบทุกครั้ง
ตำแหน่งที่เหมาะควรเป็นบริเวณ ด้านข้างหรือด้านหน้าของโต๊ะแพ็กในระยะที่พนักงานสามารถดึงใช้งานได้ทันที
หากใช้บับเบิ้ลเป็นม้วนใหญ่ สามารถติดตั้งแกนหรือที่แขวนม้วนไว้บริเวณขอบโต๊ะ แล้วดึงบับเบิ้ลออกมาตัดตามความยาวที่ต้องการ
ข้อดีคือพนักงานไม่ต้องยกม้วนขึ้นลง และไม่ต้องใช้พื้นที่บนโต๊ะวางม้วนขนาดใหญ่
ถ้ามีบับเบิ้ลหลายหน้ากว้าง ควรเรียงตำแหน่งให้ชัดเจน เพื่อให้พนักงานเลือกใช้ขนาดที่เหมาะกับสินค้าได้ทันที
2. ของที่ใช้ทุกออเดอร์ ต้องอยู่ใน “ระยะเอื้อม”
ลองยืนในตำแหน่งที่พนักงานแพ็กสินค้าประจำ แล้วกางแขนออก
บริเวณที่สามารถหยิบของได้โดยไม่ต้องเดินหรือหมุนตัวมากเกินไป คือพื้นที่ที่มีค่าที่สุดของ Packing Station
ของที่ใช้บ่อย เช่น
- เทปปิดกล่อง
- เครื่องตัดเทป
- กรรไกรหรือคัตเตอร์
- ใบปะหน้า
- บับเบิ้ล
- ซองหรือวัสดุแพ็กที่ใช้ประจำ
ควรอยู่ในพื้นที่นี้
ส่วนวัสดุสำรองหรือของที่ไม่ได้ใช้ทุกออเดอร์ สามารถเก็บไว้ชั้นล่าง ชั้นบน หรือพื้นที่ด้านหลังได้
หลักง่าย ๆ คือ ยิ่งใช้บ่อย ยิ่งต้องอยู่ใกล้มือ
3. แบ่งโต๊ะแพ็กเป็น 3 โซน
แทนที่จะวางทุกอย่างรวมกันบนโต๊ะ ลองแบ่งพื้นที่ตามลำดับการทำงาน
โซนที่ 1: สินค้ารอแพ็ก
วางสินค้าที่หยิบมาแล้วและกำลังรอแพ็กไว้ด้านหนึ่งของโต๊ะ
ไม่ควรวางปะปนกับพัสดุที่แพ็กเสร็จแล้ว เพราะมีโอกาสหยิบผิดหรือเกิดความสับสนในช่วงที่ออเดอร์เยอะ
โซนที่ 2: พื้นที่แพ็ก
ตรงกลางควรเป็นพื้นที่โล่งที่สุด
ใช้สำหรับวางสินค้า ห่อบับเบิ้ล ใส่ซอง หรือปิดกล่อง ไม่ควรเอาสต๊อกเทป กรรไกรหลายอัน หรือวัสดุอื่นมากองจนพื้นที่ทำงานเล็กลง
โซนที่ 3: พัสดุพร้อมส่ง
เมื่อแพ็กเสร็จแล้ว ควรสามารถเลื่อนหรือย้ายพัสดุไปอีกด้านหนึ่งได้ทันที
ทำให้เกิด Flow แบบ
ของเข้า → แพ็ก → ของออก
แทนการย้ายของย้อนกลับไปกลับมา
4. วางเทปและอุปกรณ์ตามมือข้างที่พนักงานถนัด
รายละเอียดเล็ก ๆ อย่างตำแหน่งเครื่องตัดเทปก็มีผลกับความเร็วในการทำงาน
หากพนักงานใช้มือขวาเป็นหลัก อุปกรณ์ที่ต้องหยิบบ่อยสามารถทดลองวางด้านขวา ส่วนพนักงานถนัดซ้ายอาจจัดกลับด้าน
ไม่จำเป็นว่าทุกโต๊ะในโรงงานต้องจัดเหมือนกันทั้งหมด
สิ่งสำคัญคือ ตำแหน่งอุปกรณ์ต้องสัมพันธ์กับลำดับการเคลื่อนไหวของคนที่ใช้งานจริง
ลองให้พนักงานแพ็กสินค้าต่อเนื่อง 10–20 ออเดอร์ แล้วสังเกตว่าเขาต้องไขว้แขน หมุนตัว หรือเอื้อมไกลตรงจุดไหน
จุดเหล่านั้นคือสิ่งที่ควรปรับก่อน
5. อย่าเก็บสต๊อกทั้งหมดไว้บนโต๊ะแพ็ก
โต๊ะแพ็กไม่ควรกลายเป็นพื้นที่เก็บของ
ตัวอย่างเช่น หากหนึ่งวันใช้เทปประมาณ 3 ม้วน ไม่จำเป็นต้องเอาเทปทั้งลังมาวางบนโต๊ะ
ควรมีเฉพาะปริมาณที่จำเป็นต่อการทำงาน และเติมจากพื้นที่สต๊อกเมื่อใกล้หมด
เช่นเดียวกับซองกันกระแทก หากมีหลายขนาด ควรจัดช่องหรือชั้นแยกไซซ์ให้ชัดเจน แทนการวางซ้อนรวมกัน
นอกจากทำงานเร็วขึ้นแล้ว ยังช่วยลดโอกาสหยิบขนาดผิดด้วย
6. ถังขยะและเศษวัสดุต้องทิ้งได้ทันที
อีกจุดที่หลาย Packing Station มองข้ามคือถังขยะ
เศษเทป พลาสติก หรือกระดาษรองต่าง ๆ หากไม่มีตำแหน่งทิ้งที่สะดวก พนักงานมักวางไว้บนโต๊ะก่อน
เมื่อทำงานต่อเนื่อง พื้นที่ทำงานก็จะเล็กลงเรื่อย ๆ
ถังสำหรับเศษวัสดุจึงควรอยู่ใต้โต๊ะหรือบริเวณที่สามารถทิ้งได้โดยไม่ต้องเดินออกจากจุดแพ็ก
และหากมีเศษบับเบิ้ลขนาดที่ยังสามารถนำกลับมาใช้ได้ ควรมีพื้นที่แยกสำหรับ เศษที่ใช้ต่อได้ กับ เศษที่ต้องทิ้ง เพื่อไม่ให้วัสดุที่ยังใช้ได้กลายเป็นของเสีย
7. อย่าเดาว่าโต๊ะแบบไหนเร็วที่สุด — ลองจับเวลา
หลังจัด Packing Station ใหม่ ลองเลือกสินค้าชนิดเดิมและให้พนักงานแพ็กจำนวนเท่ากัน
ตัวอย่างเช่น
Layout เดิม: 20 ออเดอร์ ใช้เวลา 35 นาที
Layout ใหม่: 20 ออเดอร์ ใช้เวลา 29 นาที
เท่ากับประหยัดได้ 6 นาทีต่อ 20 ออเดอร์
ถ้าวันหนึ่งต้องแพ็ก 200 ออเดอร์ รูปแบบใหม่อาจลดเวลาการทำงานได้ประมาณ 60 นาทีต่อวัน
และนี่คือเหตุผลที่การปรับพื้นที่เพียงเล็กน้อยสามารถเพิ่มกำลังการแพ็กได้โดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มพนักงานทันที
ตัวอย่าง Layout โต๊ะแพ็กที่ใช้งานง่าย
สำหรับโต๊ะแพ็กทั่วไป สามารถเริ่มจากรูปแบบนี้
สินค้ารอแพ็ก → พื้นที่ห่อสินค้า → ปิดเทป/ติดฉลาก → พัสดุพร้อมส่ง
ม้วนบับเบิ้ลควรอยู่บริเวณด้านหน้าหรือด้านข้างของพื้นที่ห่อสินค้า
เทป คัตเตอร์ และอุปกรณ์ที่ใช้บ่อยควรอยู่ในระยะเอื้อม
วัสดุสำรองเก็บไว้ด้านล่างหรือชั้นด้านบน
ถังขยะอยู่ใต้โต๊ะ
ส่วนพัสดุที่แพ็กเสร็จแล้วควรเคลื่อนออกจากโต๊ะทันที เพื่อเปิดพื้นที่ให้ออเดอร์ถัดไป
หากมีพนักงานหลายคน อาจกำหนดทิศทางการไหลของสินค้าให้เหมือนกันทั้งพื้นที่ เพื่อไม่ให้คนเดินสวนกันในช่วงที่ออเดอร์เยอะ
Packing Station ที่ดีไม่ได้แค่ทำให้แพ็กเร็วขึ้น
การจัดโต๊ะแพ็กอย่างเป็นระบบยังช่วยให้ธุรกิจเห็นปัญหาอื่นได้ง่ายขึ้น เช่น ใช้บับเบิ้ลมากเกินไป หยิบซองผิดขนาด มีเศษวัสดุมาก หรืออุปกรณ์สูญหายบ่อย
เมื่อจำนวนออเดอร์เพิ่มขึ้น ความแตกต่างเพียงไม่กี่วินาทีต่อออเดอร์จะเริ่มมีความสำคัญมากขึ้น
ดังนั้นก่อนตัดสินใจเพิ่มพนักงานแพ็ก ลองตรวจดูก่อนว่า พนักงานกำลังใช้เวลาไปกับการแพ็กสินค้า หรือใช้เวลาไปกับการเดินและหาของ
Packing Station ที่ดีควรทำให้พนักงานสามารถทำงานต่อเนื่องด้วยการเคลื่อนไหวน้อยที่สุด โดยยังคงคุณภาพการแพ็กสินค้าไว้ตามมาตรฐาน
PackBros เป็นผู้ผลิตบับเบิ้ลและวัสดุแพ็กกิ้งในประเทศไทย สำหรับร้านค้าออนไลน์ ผู้ค้าส่ง โรงงาน และองค์กรที่มีการแพ็กสินค้าเป็นประจำ การเลือกขนาดบับเบิ้ลและวัสดุแพ็กให้เหมาะกับสินค้า รวมถึงการจัดระบบพื้นที่แพ็กที่ดี สามารถช่วยให้ธุรกิจควบคุมต้นทุนและรองรับจำนวนออเดอร์ที่เพิ่มขึ้นได้ง่ายขึ้น
FAQ คำถามที่พบบ่อย
ม้วนบับเบิ้ลควรวางบนโต๊ะหรือใต้โต๊ะ?
หากเป็นม้วนใหญ่ ไม่จำเป็นต้องวางบนพื้นโต๊ะ เพราะกินพื้นที่ทำงาน สามารถติดตั้งแกนสำหรับม้วนไว้บริเวณด้านหน้าหรือด้านข้างของโต๊ะในตำแหน่งที่ดึงใช้งานได้สะดวก
โต๊ะแพ็กสินค้าควรใหญ่แค่ไหน?
ไม่มีขนาดตายตัว เพราะขึ้นอยู่กับขนาดสินค้าที่แพ็กเป็นหลัก พื้นที่ตรงกลางควรใหญ่พอสำหรับสินค้าขนาดที่แพ็กเป็นประจำโดยไม่ต้องเคลียร์ของบนโต๊ะทุกครั้ง
มีบับเบิ้ลหลายขนาดควรวางอย่างไร?
ควรแยกตำแหน่งแต่ละหน้ากว้างให้ชัดเจน และวางขนาดที่ใช้บ่อยที่สุดในตำแหน่งที่หยิบหรือดึงได้ง่ายที่สุด
Packing Station ช่วยลดต้นทุนได้จริงหรือไม่?
ช่วยได้ในด้านประสิทธิภาพแรงงานและการลดการเคลื่อนไหวที่ไม่จำเป็น โดยเฉพาะร้านหรือโรงงานที่มีจำนวนออเดอร์สูง แต่ควรวัดผลด้วยเวลาแพ็กต่อออเดอร์ก่อนและหลังปรับพื้นที่
ควรจัดโต๊ะแพ็กเหมือนกันทุกโต๊ะหรือไม่?
ควรกำหนดหลักการและมาตรฐานร่วมกัน แต่รายละเอียดบางส่วนสามารถปรับตามลักษณะสินค้าและความถนัดของพนักงานแต่ละจุดได้

